เสาเข็มเจาะระบบแห้ง: สรุปข้อกำหนดและแนวทางตรวจงานสำหรับผู้ควบคุมงาน
หมายเหตุสำคัญ
บทความนี้เป็นการสรุป เรียบเรียง และอธิบายเพื่อการใช้งานทั่วไปตาม ม.สยธ.1101-02-66 เสาเข็มเจาะระบบแห้ง ไม่ใช่เอกสารราชการฉบับแทนต้นฉบับ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบกับเอกสาร ม.สยธ.2566 ฉบับเต็ม แบบรูปรายการ สัญญา รายการประกอบแบบ และข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละโครงการประกอบเสมอ
คำตอบสั้น: งานเสาเข็มเจาะระบบแห้งต้องควบคุมตั้งแต่การจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ วิธีเจาะ การใส่ปลอกเหล็ก การวางเหล็กเสริม การเทคอนกรีต การจัดการดินที่ขุดขึ้นมา ไปจนถึงการทำรายงานเสาเข็มแต่ละต้น เพราะเมื่อเทคอนกรีตและก่อสร้างฐานรากต่อไปแล้ว การตรวจสอบสภาพจริงของหลุมเจาะและปลายเสาเข็มจะทำได้จำกัดมาก
สารบัญ
- สรุปด่วนสำหรับผู้ควบคุมงาน
- มาตรฐานนี้ใช้กับงานอะไร
- ความต้องการทั่วไป
- ผลิตภัณฑ์และวัสดุสำคัญ
- ขั้นตอนการดำเนินการ
- รายงานการทำเสาเข็มเจาะ
- ความถูกต้องสมบูรณ์ของเสาเข็มแต่ละต้น
- การทดสอบเสาเข็ม
- Checklist ตรวจงานเสาเข็มเจาะระบบแห้ง
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คำถามที่พบบ่อย
สรุปด่วนสำหรับผู้ควบคุมงาน
ถ้าต้องตรวจงานเสาเข็มเจาะระบบแห้งแบบรวดเร็ว จุดที่ควรจับก่อนมีดังนี้
| รายการตรวจ | เกณฑ์หรือประเด็นสำคัญ | ช่วงที่ต้องตรวจ | หลักฐานที่ควรมี |
|---|---|---|---|
| ระยะคอนกรีตหุ้มเหล็ก | ไม่น้อยกว่า 50 มม. | ก่อนใส่เหล็กเสริมลงหลุมเจาะ | แบบเหล็กเสริม / บันทึกตรวจงาน |
| เหล็กเสริมตามยาว | ต้องยาวตลอดความยาวเสาเข็ม เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่นในแบบ | ก่อนลงเหล็กเสริม | Shop Drawing / Bar Cutting List |
| เหล็กปลอก | หากไม่กำหนดในแบบ ช่วงบนไม่น้อยกว่า 0.50 ม. ใช้เหล็กปลอกเกลียว RB 6 มม. ระยะไม่เกิน 150 มม. | ก่อนลงเหล็กเสริม | บันทึกตรวจเหล็กเสริม |
| ปลอกเหล็กกันดินพัง | เส้นผ่านศูนย์กลางภายในต้องไม่น้อยกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็ม และความยาวต้องเพียงพอป้องกันดินพัง | ก่อนและระหว่างเจาะ | บันทึกอุปกรณ์ / รายงานหน้างาน |
| การเทคอนกรีต | ต้องเทต่อเนื่องจนเสร็จ จะหยุดไม่ได้ | ระหว่างเทคอนกรีต | Concrete Delivery / Pouring Record |
| ระดับคอนกรีตสูงกว่าระดับตัดหัวเข็ม | ไม่น้อยกว่า 30 ซม. | หลังเทคอนกรีต | บันทึกระดับหัวเข็ม |
| รายงานเสาเข็มแต่ละต้น | ส่งภายใน 24 ชั่วโมงหลังทำเสร็จ | หลังทำเสาเข็มแต่ละต้น | Bored Pile Record |
| ความเบี่ยงเบนแนวราบ | 5 ซม. สำหรับเสาเข็มเดี่ยว และ 7 ซม. สำหรับเสาเข็มกลุ่ม | หลังทำเสาเข็ม / As-built | As-built Pile Layout |
| ความเบี่ยงเบนแนวดิ่ง | 1:100 ของความยาวเสาเข็ม | ระหว่างเจาะ / หลังทำเสร็จ | บันทึกการควบคุมแนวดิ่ง |
มาตรฐานนี้ใช้กับงานอะไร
ม.สยธ.1101-02-66 เป็นข้อกำหนดสำหรับ เสาเข็มเจาะระบบแห้ง หรือ Dry Process Bored Pile ซึ่งอยู่ในหมวดงานโครงสร้างของรายการมาตรฐานประกอบแบบก่อสร้าง ม.สยธ.2566
มาตรฐานนี้เกี่ยวข้องกับงานสำคัญ เช่น การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ การเจาะดิน การใส่ปลอกเหล็ก การวางเหล็กเสริม การเทคอนกรีต การทำรายงานเสาเข็มแต่ละต้น ความถูกต้องสมบูรณ์ของเสาเข็ม และการทดสอบเสาเข็ม
เสาเข็มเจาะระบบแห้งไม่ใช่แค่งาน “เจาะให้ถึงระดับแล้วเทคอนกรีต” แต่เป็นงานที่ต้องควบคุมหลุมเจาะ เหล็กเสริม คอนกรีต ระยะเวลา และหลักฐานรายต้นอย่างต่อเนื่อง
ความต้องการทั่วไป
ในส่วนความต้องการทั่วไป มาตรฐานกำหนดหน้าที่ของผู้รับจ้างตั้งแต่การจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเจาะดิน การลงเหล็กเสริม และการหล่อเสาเข็ม เพื่อให้เสาเข็มที่ดำเนินการแล้วมีคุณภาพ ขนาด ความยาว ตำแหน่ง และจำนวนตรงตามรูปแบบรายการ
| ประเด็น | สาระสำคัญ | ความหมายในการตรวจงาน |
|---|---|---|
| ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง | ต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์สำหรับงานเจาะและหล่อเสาเข็ม | ต้องมีแผนงานและทรัพยากรพร้อมก่อนเริ่มงาน |
| การสำรวจชั้นทรายแรก | เสาเข็มเจาะระบบแห้งต้องตื้นกว่าชั้นทรายแรกตามเงื่อนไขที่ระบุ | ต้องตรวจข้อมูลชั้นดินและระดับปลายเสาเข็มก่อนดำเนินการ |
| สิ่งกีดขวางใต้ดิน | สิ่งกีดขวางที่ทำให้เจาะไม่ได้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างในการจัดการ | ต้องบันทึกอุปสรรคและวิธีแก้ไขอย่างเป็นระบบ |
| ระดับดินในพื้นที่ก่อสร้าง | ก่อนเริ่มเจาะต้องตรวจระดับดินว่าเป็นไปตามแบบหรือไม่ | ระดับดินมีผลต่อระดับหัวเข็ม ระดับปลายเข็ม และปริมาณงาน |
| ขั้นตอนและวิธีทำงาน | ต้องเสนอวิธีการทำเสาเข็มเจาะเพื่อขออนุมัติก่อนก่อสร้าง | ไม่ควรเริ่มงานโดยยังไม่มี Method Statement ที่ได้รับความเห็นชอบ |
| ความเสียหายต่ออาคารข้างเคียง | ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่ออาคารและสาธารณูปโภคข้างเคียง | ควรมีการสำรวจสภาพเดิมและมาตรการป้องกันก่อนเริ่มงาน |
ข้อสังเกตจากวิศวกร
งานเสาเข็มเจาะระบบแห้งมีความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ “สิ่งที่มองไม่เห็น” เช่น สภาพดินในหลุมเจาะ การพังทลายของดิน ระดับน้ำใต้ดิน และความสะอาดของก้นหลุม ดังนั้นการตรวจงานจึงไม่ควรดูเฉพาะตอนเทคอนกรีต แต่ต้องควบคุมตั้งแต่ก่อนเริ่มเจาะจนถึงหลังทำเสาเข็มแต่ละต้นเสร็จ
ผลิตภัณฑ์และวัสดุสำคัญ
หัวข้อผลิตภัณฑ์ในมาตรฐานกล่าวถึงคอนกรีต เหล็กเสริมรับแรง และปลอกเหล็กสำหรับป้องกันดินอ่อนพังทลาย ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเสาเข็มเจาะระบบแห้ง
คอนกรีต
| รายการ | เกณฑ์หรือข้อกำหนด | การนำไปใช้ตรวจงาน |
|---|---|---|
| กำลังอัดประลัย | หากไม่ระบุในแบบ คอนกรีตต้องมีกำลังอัดประลัยไม่น้อยกว่า 210 กก./ตร.ซม. | ตรวจจาก Mix Design และผลทดสอบกำลังอัดคอนกรีต |
| ปูนซีเมนต์ | เมื่อทดสอบด้วยแท่งคอนกรีตรูปทรงกระบอก ใช้ Portland Cement Type 1 โดยมีปริมาณซีเมนต์ไม่น้อยกว่า 350 กก./ลบ.ม. | ตรวจจากเอกสารส่วนผสมคอนกรีต |
| การถอดแบบตัวอย่าง | ต้องใส่สารเคมีหน่วงการแข็งตัวของคอนกรีตไม่ให้แข็งตัวก่อน 4 ชั่วโมง หรือเหมาะสมกับระยะเวลาการเท | ใช้ควบคุมคุณภาพคอนกรีตในงานที่เทต่อเนื่อง |
| Slump | ประมาณ 10-15 ซม. หรือเป็นไปตามความเหมาะสมที่วิศวกรผู้ออกแบบกำหนด | ตรวจระหว่างรับคอนกรีตหน้างาน |
เหล็กเสริมรับแรง
| รายการ | สาระสำคัญ | สิ่งที่ควรตรวจ |
|---|---|---|
| มาตรฐานเหล็กเสริม | เหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อยให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง | ใบรับรอง มอก. / Mill Sheet / รายการอนุมัติวัสดุ |
| ชั้นคุณภาพเหล็ก | เหล็กเส้นกลม SR24 และเหล็กข้ออ้อย SD30 สำหรับเหล็กข้ออ้อยให้เป็น Deformed Bar | ตรวจชนิด ขนาด ชั้นคุณภาพ และปริมาณเหล็กตามแบบ |
| ความยาวเหล็กเสริม | ต้องยาวตลอดความยาวเสาเข็ม เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่นในแบบ | ตรวจความยาวเหล็กก่อนลงหลุมเจาะ |
| เหล็กปลอก | หากไม่กำหนดในแบบ ช่วงบนไม่น้อยกว่า 0.50 ม. ให้ใช้เหล็กปลอกเกลียว RB 6 มม. ระยะห่างไม่เกิน 150 มม. | ตรวจระยะเหล็กปลอกและความต่อเนื่องของโครงเหล็ก |
| ระยะหุ้มคอนกรีต | Concrete Covering ไม่น้อยกว่า 50 มม. | ตรวจ Spacer / Cover Block และตำแหน่งเหล็กก่อนเทคอนกรีต |
ปลอกเหล็กป้องกันดินอ่อนพังทลาย
ปลอกเหล็กหรือ Casing ใช้เพื่อป้องกันดินอ่อนพังทลายในระหว่างการเจาะและการเทคอนกรีต โดยเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของปลอกเหล็กต้องไม่น้อยกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเสาเข็ม และความยาวของปลอกเหล็กต้องเพียงพอสำหรับป้องกันการพังทลายของดินหรือการบีบตัวของดินที่ทำให้ขนาดเสาเข็มเสียรูป
ข้อสังเกตจากวิศวกร
ในงานเสาเข็มเจาะระบบแห้ง ปลอกเหล็กไม่ใช่อุปกรณ์ประกอบชั่วคราวที่เลือกใช้ตามความสะดวกเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือควบคุมเสถียรภาพของปากหลุมและชั้นดินอ่อน หากปลอกเหล็กสั้นเกินไปหรือควบคุมแนวดิ่งไม่ดี อาจกระทบทั้งขนาดหน้าตัดเสาเข็ม แนวเสาเข็ม และความสมบูรณ์ของคอนกรีตในหลุมเจาะ
ขั้นตอนการดำเนินการ
มาตรฐานกำหนดขั้นตอนการดำเนินการทำเสาเข็มเจาะระบบแห้ง โดยมีสาระสำคัญตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ การตอกปลอกเหล็ก การเจาะดิน การตรวจหลุม การวางเหล็กเสริม และการเทคอนกรีต
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องทำ | ข้อควรระวังในการตรวจงาน |
|---|---|---|
| เตรียมอุปกรณ์เจาะ | เตรียมอุปกรณ์เจาะคือขาหยั่ง 3 ขา หรือรถเจาะเข้าสู่ศูนย์กลางเสาเข็ม | ต้องตั้งอุปกรณ์ให้สัมพันธ์กับตำแหน่งเสาเข็มจริง |
| ตอกปลอกเหล็ก | ตอกปลอกเหล็กลงในรูเจาะจนถึงชั้นดินปานกลาง และตรวจสอบแนวดิ่งให้มากที่สุด | แนวดิ่งของปลอกเหล็กส่งผลต่อแนวเสาเข็ม |
| เจาะดิน | เจาะดินจนถึงระดับที่กำหนดในแบบหรือที่ได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ออกแบบ | ต้องควบคุมระดับปลายหลุมตามแบบ |
| ตรวจหลุม | ตรวจรอบรูเจาะและก้นหลุมเพื่อไม่ให้มีดิน เศษวัสดุ หรือสิ่งตกค้าง | ก้นหลุมไม่สะอาดอาจกระทบกำลังรับน้ำหนักปลายเสาเข็ม |
| แก้ไขกรณีน้ำขัง | หากมีน้ำขังต้องดูดน้ำออก และเตรียมก้นหลุมโดยเทคอนกรีตผสมแห้งตามที่กำหนด | ต้องบันทึกกรณีพบน้ำและวิธีแก้ไข |
| ใส่เหล็กเสริม | หย่อนโครงเหล็กเสริมที่เตรียมไว้ลงในหลุมเจาะตามแบบ และใส่ลูกปูนหนุนให้ได้ Covering ตามกำหนด | ต้องควบคุมระยะหุ้มและไม่ให้โครงเหล็กเบียดผนังหลุม |
| เทคอนกรีต | เทคอนกรีตลงหลุมเจาะโดยกรวยหรือท่อผ่านศูนย์กลางตามที่กำหนด | ต้องเทอย่างต่อเนื่องจนเสร็จ ห้ามหยุดระหว่างเท |
| ถอนปลอกเหล็ก | เมื่อคอนกรีตถึงระดับที่ต้องการ ก่อนถอนปลอกเหล็กต้องอัดลงเข้าไปในรูเจาะให้คอนกรีตยุบตัวอัดแน่นขึ้น | ต้องระวังไม่ให้คอนกรีตขาดตอนหรือเกิดโพรง |
| ควบคุมระดับคอนกรีต | ต้องเทคอนกรีตสูงกว่าระดับตัดหัวเสาเข็มไม่น้อยกว่า 30 ซม. | เพื่อให้สามารถตัดหัวเข็มถึงคอนกรีตที่มีคุณภาพดี |
| จัดการดินที่ขุดขึ้นมา | ต้องนำดินที่ขุดขึ้นจากหลุมเจาะออกจากบริเวณก่อสร้างโดยเร็ว | ลดน้ำหนักกดทับและลดความเสี่ยงดินไหลกลับหรือ Surcharge |
หัวใจของงานเสาเข็มเจาะระบบแห้งคือ “หลุมต้องมั่นคง เหล็กต้องอยู่ถูกตำแหน่ง และคอนกรีตต้องเทต่อเนื่อง” หากหลุมเสียรูป เหล็กเยื้อง หรือคอนกรีตขาดตอน เสาเข็มที่ได้อาจไม่สมบูรณ์ แม้ตำแหน่งบนผิวดินจะดูถูกต้องก็ตาม
รายงานการทำเสาเข็มเจาะ
มาตรฐานกำหนดให้ผู้รับจ้างจัดส่งรายงานเกี่ยวกับเสาเข็มแต่ละต้นให้ผู้ควบคุมงานภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากทำเสร็จ โดยข้อมูลในรายงานควรประกอบด้วยรายการสำคัญดังนี้
| ลำดับ | รายการที่ต้องบันทึก | เหตุผลที่ต้องมี |
|---|---|---|
| 1 | วันที่ทำการเจาะและหล่อคอนกรีต | ใช้ตรวจลำดับงานและอายุคอนกรีต |
| 2 | หมายเลขกำกับเสาเข็มและขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็ม | ใช้เชื่อมโยงกับผังเสาเข็มและแบบก่อสร้าง |
| 3 | ระดับดินเดิม | ใช้เทียบระดับงานจริง |
| 4 | ระดับตัดหัวเข็ม หรือ Pile Cut-off | ใช้ควบคุมระดับหัวเข็มหลังตัด |
| 5 | ระดับปลายเสาเข็ม หรือ Pile Tip | ใช้ยืนยันความลึกของเสาเข็ม |
| 6 | ระดับทรายแน่น | ใช้ประกอบการพิจารณาชั้นดิน |
| 7 | ความเอียงจากแนวดิ่งโดยประมาณ | ใช้ตรวจความเบี่ยงเบนแนวดิ่ง |
| 8 | ความเบี่ยงเบนหรือคลาดเคลื่อนในแนวราบโดยประมาณ | ใช้ทำ As-built และตรวจตำแหน่งเสาเข็ม |
| 9 | ความยาวปลอกเหล็ก | ใช้ตรวจความเพียงพอของการป้องกันดินพัง |
| 10 | รายละเอียดของชั้นดินที่จะลงไป | ใช้ประกอบการประเมินสภาพดินในหลุมเจาะ |
| 11 | รายละเอียดเหล็กเสริมตัวเสาเข็ม | ใช้ยืนยันปริมาณและรูปแบบเหล็กเสริม |
| 12 | ปริมาณคอนกรีตที่ใช้เท | ใช้เทียบกับปริมาตรทางทฤษฎีเพื่อดูความผิดปกติ |
| 13 | เวลาที่ใช้ในการเจาะ เวลาในการใส่เหล็กเสริม และเวลาในการเทคอนกรีต | ใช้ตรวจความต่อเนื่องและความเสี่ยงระหว่างทำงาน |
| 14 | รายละเอียดอุปสรรคและความล่าช้าของงาน | ใช้เป็นหลักฐานกรณีเกิดปัญหาหน้างาน |
| 15 | รายละเอียดปรากฏการณ์ผิดปกติระหว่างทำเสาเข็ม | ใช้ประกอบการวินิจฉัยความสมบูรณ์ของเสาเข็ม |
รายงานนี้ต้องมีตัวแทนผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงานลงนามรับรองทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ข้อมูลที่บันทึกมีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบย้อนหลังได้
ข้อสังเกตจากวิศวกร
รายงานเสาเข็มเจาะไม่ใช่เอกสารประกอบงานภายหลัง แต่เป็นหลักฐานหลักของงานที่อยู่ใต้ดิน หากข้อมูลระดับ ความลึก ปริมาณคอนกรีต หรือเหตุผิดปกติไม่ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่วันทำงานจริง การตรวจสอบย้อนหลังจะทำได้ยากมาก และอาจกลายเป็นจุดอ่อนของการตรวจรับงาน
ความถูกต้องสมบูรณ์ของเสาเข็มแต่ละต้น
มาตรฐานกล่าวถึงเงื่อนไขที่ใช้พิจารณาว่าเสาเข็มเจาะแต่ละต้นมีความถูกต้องสมบูรณ์หรือไม่ โดยมีประเด็นหลักเกี่ยวกับกำลังอัดคอนกรีต ความเบี่ยงเบนแนวราบ ความเบี่ยงเบนแนวดิ่ง ระดับปลายเสาเข็ม และสภาพคอนกรีตหลังตัดหัวเสาเข็ม
| รายการ | เกณฑ์หรือสาระสำคัญ | การนำไปใช้ตรวจงาน |
|---|---|---|
| กำลังอัดคอนกรีต | กำลังอัดของตัวอย่างคอนกรีตที่ใช้หล่อเสาเข็มต้องไม่ต่ำกว่าข้อกำหนด | ตรวจจากผลทดสอบคอนกรีต |
| ความเบี่ยงเบนแนวราบ | 5 ซม. สำหรับเสาเข็มเดี่ยว และ 7 ซม. สำหรับเสาเข็มกลุ่ม | ตรวจจาก As-built Pile Layout |
| ความเบี่ยงเบนแนวดิ่ง | 1:100 ของความยาวเสาเข็ม | ตรวจจากบันทึกการควบคุมแนวดิ่งและผลสำรวจ |
| ระดับปลายเสาเข็ม | ต้องได้ระดับตามแบบหรือได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ออกแบบ | ตรวจจากรายงานการเจาะและระดับปลายเข็ม |
| สภาพคอนกรีตหลังตัดหัวเข็ม | คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดีตั้งแต่ปลายเสาเข็มจนถึงระดับตัดหัวเข็ม | ตรวจสภาพหัวเข็มหลังตัด |
| การแก้ไขกรณีเสาเข็มไม่สมบูรณ์ | ผู้รับจ้างต้องเสนอวิธีแก้ไข เช่น ทำเสาเข็มใหม่ ขยายฐานราก หรือใส่คานเสริม ตามที่วิศวกรผู้ออกแบบเห็นชอบ | ต้องมีรายการคำนวณและการอนุมัติประกอบ |
การทดสอบเสาเข็ม
มาตรฐานกำหนดประเด็นเกี่ยวกับการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มและการทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของเสาเข็ม โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาสถาบันหรือบริษัททดสอบเสาเข็มที่เชื่อถือได้เป็นผู้ดำเนินการ
| ประเภทการทดสอบ | สาระสำคัญ | ผลลัพธ์ที่ต้องส่ง |
|---|---|---|
| Seismic Test | ใช้ทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มทุกต้น หรือ 100% ของจำนวนเสาเข็ม | ส่งผลทดสอบให้ผู้ว่าจ้างจำนวน 3 ชุด |
| Static Load Test | ใช้ทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของเสาเข็ม เฉพาะต้นที่ระบุให้ทดสอบ | รายงานผลทดสอบตามมาตรฐานที่กำหนด |
| Dynamic Load Test | ใช้ทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของเสาเข็มตามเงื่อนไขที่ระบุ | รายงานผลทดสอบตามมาตรฐานที่กำหนด |
ในภาพเอกสารที่ใช้ประกอบการเรียบเรียง มีการกล่าวถึงมาตรฐาน ASTM D 1143-81 สำหรับ Static Load Test และ ASTM D 4945 สำหรับ Dynamic Load Test ผู้ใช้งานควรตรวจสอบฉบับมาตรฐานที่ระบุในสัญญาและข้อกำหนดเฉพาะของโครงการอีกครั้งก่อนนำไปใช้อ้างอิง
Checklist ตรวจงานเสาเข็มเจาะระบบแห้ง
ก่อนเจาะ
| ตรวจแล้ว | รายการตรวจ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ☐ | ตรวจแบบรูปรายการและตำแหน่งเสาเข็ม | ต้องใช้แบบล่าสุด |
| ☐ | ตรวจระดับดินเดิมและระดับอ้างอิง | ใช้ควบคุมระดับหัวเข็มและปลายเข็ม |
| ☐ | ตรวจ Method Statement ที่ได้รับอนุมัติ | ห้ามเริ่มงานโดยไม่มีวิธีทำงานที่เห็นชอบ |
| ☐ | ตรวจอุปกรณ์เจาะและปลอกเหล็ก | ต้องเหมาะกับขนาดและสภาพดิน |
| ☐ | ตรวจเอกสารวัสดุ คอนกรีต และเหล็กเสริม | ต้องได้รับอนุมัติก่อนใช้งาน |
ระหว่างเจาะและลงเหล็ก
| ตรวจแล้ว | รายการตรวจ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ☐ | ควบคุมตำแหน่งศูนย์กลางเสาเข็ม | ป้องกันความคลาดเคลื่อนแนวราบ |
| ☐ | ควบคุมแนวดิ่งของปลอกเหล็กและหลุมเจาะ | เป้าหมายไม่เกิน 1:100 |
| ☐ | ตรวจระดับปลายหลุมเจาะ | ต้องเป็นไปตามแบบหรือคำอนุมัติ |
| ☐ | ตรวจสภาพก้นหลุม | ไม่มีดิน เศษวัสดุ หรือสิ่งตกค้างที่มีนัยสำคัญ |
| ☐ | ตรวจโครงเหล็กเสริมก่อนลงหลุม | ชนิด ขนาด ระยะ และความยาวต้องถูกต้อง |
| ☐ | ตรวจ Concrete Covering | ไม่น้อยกว่า 50 มม. |
ระหว่างเทคอนกรีตและหลังทำเสร็จ
| ตรวจแล้ว | รายการตรวจ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ☐ | ตรวจ Slump คอนกรีต | ประมาณ 10-15 ซม. หรือเป็นไปตามที่กำหนด |
| ☐ | เทคอนกรีตต่อเนื่องจนเสร็จ | ห้ามหยุดระหว่างเท |
| ☐ | ควบคุมระดับคอนกรีตสูงกว่าระดับตัดหัวเข็ม | ไม่น้อยกว่า 30 ซม. |
| ☐ | บันทึกปริมาณคอนกรีตที่ใช้จริง | ใช้เทียบกับปริมาตรทางทฤษฎี |
| ☐ | จัดทำรายงานเสาเข็มแต่ละต้น | ส่งภายใน 24 ชั่วโมงหลังทำเสร็จ |
| ☐ | ให้ผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงานลงนามรับรอง | เพื่อยืนยันข้อมูลร่วมกัน |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. คุมเฉพาะตำแหน่งบนผิวดิน แต่ไม่คุมแนวดิ่งของหลุมเจาะ
เสาเข็มอาจมีตำแหน่งปากหลุมถูกต้อง แต่แนวเสาเข็มเอียงเกินเกณฑ์ได้ หากไม่ควบคุมแนวดิ่งระหว่างเจาะและใส่ปลอกเหล็ก
2. ไม่ตรวจความสะอาดของก้นหลุมก่อนเทคอนกรีต
ดิน เศษวัสดุ หรือสิ่งตกค้างที่ก้นหลุมอาจกระทบความสมบูรณ์ของปลายเสาเข็มและพฤติกรรมการรับน้ำหนัก
3. ใส่เหล็กเสริมโดยไม่ควบคุมระยะหุ้มคอนกรีต
แม้เหล็กเสริมจะมีขนาดและจำนวนถูกต้อง แต่หากตำแหน่งเหล็กในหลุมไม่ถูกต้องหรือ Covering ไม่พอ ย่อมกระทบคุณภาพและความทนทานของเสาเข็ม
4. เทคอนกรีตไม่ต่อเนื่อง
งานเสาเข็มเจาะต้องควบคุมการเทคอนกรีตให้ต่อเนื่อง หากหยุดชะงักอาจเกิดรอยต่อเย็น โพรง หรือความไม่สมบูรณ์ภายในเสาเข็ม
5. ทำรายงานไม่ครบหรือทำย้อนหลังแบบขาดรายละเอียด
รายงานเสาเข็มแต่ละต้นเป็นหลักฐานสำคัญ หากไม่มีข้อมูลเวลา ระดับ ปริมาณคอนกรีต อุปสรรค และเหตุผิดปกติ การตรวจสอบภายหลังจะขาดน้ำหนักทันที
คำถามที่พบบ่อย
ม.สยธ.1101-02-66 คือมาตรฐานเกี่ยวกับอะไร
เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับงานเสาเข็มเจาะระบบแห้ง หรือ Dry Process Bored Pile ครอบคลุมเรื่องวัสดุ ผลิตภัณฑ์ วิธีดำเนินการ รายงานเสาเข็ม ความถูกต้องสมบูรณ์ และการทดสอบเสาเข็ม
เสาเข็มเจาะระบบแห้งต้องมีระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กเท่าไร
จากข้อมูลในเอกสารที่ใช้ประกอบการเรียบเรียง ระบุ Concrete Covering ไม่น้อยกว่า 50 มม. ทั้งนี้ต้องตรวจสอบกับแบบรูปรายการและข้อกำหนดเฉพาะของโครงการประกอบเสมอ
รายงานเสาเข็มเจาะต้องส่งเมื่อไร
ผู้รับจ้างต้องจัดส่งรายงานเกี่ยวกับเสาเข็มแต่ละต้นให้ผู้ควบคุมงานภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากทำเสร็จ
ทำไมต้องเทคอนกรีตสูงกว่าระดับตัดหัวเข็ม
เพราะบริเวณหัวเสาเข็มอาจมีคอนกรีตที่คุณภาพไม่สม่ำเสมอหรือปนเปื้อนจากการทำงาน การเทสูงกว่าระดับตัดหัวเข็มช่วยให้สามารถตัดส่วนบนออกและเหลือคอนกรีตที่มีคุณภาพดีตามระดับที่ต้องการ
เสาเข็มเจาะเบี่ยงเบนแนวราบได้เท่าไร
จากข้อมูลในเอกสารที่ใช้ประกอบการเรียบเรียง ระบุความเบี่ยงเบนแนวราบ 5 ซม. สำหรับเสาเข็มเดี่ยว และ 7 ซม. สำหรับเสาเข็มกลุ่ม
บทความนี้ใช้แทนมาตรฐานฉบับเต็มได้หรือไม่
ไม่ได้ บทความนี้เป็นเพียงการสรุปและอธิบายเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผู้ใช้งานควรตรวจสอบเอกสารมาตรฐานฉบับเต็ม แบบรูปรายการ สัญญา และข้อกำหนดเฉพาะของโครงการก่อนนำไปใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลผู้เขียน
ผู้เรียบเรียง: ช่างอ๊อฟ นายช่างโยธา
หมายเหตุด้านความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปและอธิบายมาตรฐานทางวิศวกรรมสำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่ใช่เอกสารราชการฉบับแทนต้นฉบับ และไม่ใช่คำวินิจฉัยทางวิศวกรรมเฉพาะโครงการ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบกับเอกสารต้นฉบับ แบบรูปรายการ สัญญา และวิศวกรผู้ออกแบบของโครงการประกอบเสมอ
วันที่และสถานะเอกสาร
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เอกสารอ้างอิงหลัก | รายการมาตรฐานประกอบแบบก่อสร้าง ม.สยธ.2566 |
| หัวข้อที่อ้างอิง | ม.สยธ.1101-02-66 เสาเข็มเจาะระบบแห้ง |
| สถานะการใช้งาน | ใช้เป็นบทความสรุปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่เอกสารราชการฉบับแทนต้นฉบับ |
แหล่งอ้างอิง
- สำนักโยธาธิการ สำนักงานสนับสนุน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม. รายการมาตรฐานประกอบแบบก่อสร้าง ม.สยธ.2566. หมวดงานโครงสร้าง: ม.สยธ.1101-02-66 เสาเข็มเจาะระบบแห้ง.
- แบบรูปรายการและสัญญาจ้างของแต่ละโครงการ ซึ่งอาจมีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติมจากมาตรฐานทั่วไป.
- เอกสารผลทดสอบวัสดุ คอนกรีต เหล็กเสริม และรายงานทดสอบเสาเข็มของแต่ละโครงการ.
ข้อความปิดท้าย
งานเสาเข็มเจาะระบบแห้งเป็นงานที่คุณภาพจำนวนมากเกิดขึ้นในหลุมเจาะ ซึ่งเมื่อเทคอนกรีตแล้วแทบไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรงอีกต่อไป ดังนั้น ผู้ควบคุมงานจึงต้องให้ความสำคัญกับการตรวจตำแหน่ง แนวดิ่ง ความลึก สภาพก้นหลุม เหล็กเสริม ระยะหุ้มคอนกรีต การเทคอนกรีต และรายงานเสาเข็มแต่ละต้น เพราะหลักฐานระหว่างทำงานคือหัวใจสำคัญของการพิสูจน์คุณภาพงานเสาเข็มเจาะในภายหลัง